ข่าววันนี้»

ปรบมือให้ “สุวิทย์” ไทยถอนตัวมรดกโลก (0)

นาทีนี้ คนไทยทั้งประเทศควรต้องปรบมือให้กับ “นายสุวิทย์ คุณกิตติ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ที่ได้ประกาศถอนตัวประเทศไทยออกจากการเป็นภาคีอนุสัญญามรดกโลกและกรรมการมรดกโลก เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการที่ดินแดนของไทยจะถูกกัมพูชายึดครอง ทั้งจากผลของการประชุมมรดกโลกครั้งนี้ และรวมถึงจากการที่กัมพูชาจะนำไปขยายผลในเรื่องที่กัมพูชากำลังฟ้องศาลโลกอยู่ด้วย
โดยนายสุวิทย์มองเห็นแนวโน้มการประชุมมรดกโลกครั้งนี้ว่า ผลการประชุมน่าจะออกมาในทางที่เป็นประโยชน์กับกัมพูชามากกว่าไทย เพราะที่ประชุมดูจะไม่ใส่ใจกับข้อกังวลของฝ่ายไทยในเรื่องที่จะกระทบต่ออธิปไตยในดินแดนของไทย ไม่ว่าไทยจะพยายามชี้แจงให้ที่ประชุมเห็นถึงจุดนี้อย่างไรก็ตาม
หรือที่นายสุวิทย์เคยพูดทำนองว่าบรรยากาศการประชุมครั้งนี้มันทะแม่งๆยังไงพิกล ซึ่งก็คือที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกมีท่าทีเข้าข้างกัมพูชาอย่างออกนอกหน้า นายสุวิทย์จึงตัดสินใจตัดไฟเสียแต่ต้นลม ด้วยการประกาศลาออกหรือถอนตัวออกมา เพื่อไม่ให้มติที่ประชุมมีผลผูกพันกับไทย หรือเป็นประโยชน์กับกัมพูชาในการรุกล้ำดินแดนไทย
นี่ถึงบอกไงว่าคนไทยควรปรบมือให้นายสุวิทย์ (รวมถึงทีมงาน และจะปรบมือให้กลุ่มพันธมิตรฯด้วยก็ได้ในฐานะที่ผลักดันให้ไทยถอนตัวมาตั้งแต่ต้น) และถ้าจะไปลงคะแนนให้พรรคกิจสังคมของนายสุวิทย์ก็คงไม่ผิดกติกา เพราะนายสุวิทย์ได้แสดงถึงความสามารถในการทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี อ่านเกมออก รู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยม และทำให้คนไทยภาคภูมิใจในตัวผู้แทนของประเทศไทยที่กล้าหาญ ไม่หงอกับต่างชาติ นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงการยึดมั่นในผลประโยชน์ของชาติของนายสุวิทย์ด้วย
ดีกว่าไปเลือกนักการเมืองหรือพรรคการเมืองที่สบคบกับต่างชาติเพื่อขายชาติตัวเอง หรือเอาผลประโยชน์ของชาติไปแลกกับผลประโยชน์ของตัวเอง หรือชักนำต่างชาติมาทำร้ายประเทศของตัวเอง
และดีกว่านักการเมืองหรือพรรคการเมืองประเภทที่ขาดความกล้าหาญในการที่จะปกป้องดินแดนหรือผลประโยชน์ของประเทศ และพอนายสุวิทย์สร้างผลงานกลับมา ก็บอกหน้าตาเฉยว่าเป็นผลงานของรัฐบาลตามมติคณะรัฐมนตรี (ซึ่งก็คงหมายถึงผลงานของตนมากกว่าในฐานะแกนนำรัฐบาล)
นี่ถือเป็นผลงานทางการเมืองที่ชัดเจนที่สุดในชีวิตการเมืองของนายสุวิทย์ ซึ่งนายสุวิทย์ควรภูมิใจ ขณะที่นักการเมืองคนอื่นๆอีกจำนวนมากตั้งแต่เล่นการเมืองมายังไม่เคยทำอะไรเพื่อชาติบ้านเมืองอย่างแท้จริงแม้แต่น้อย
หากมองในแง่ของการต่างประเทศต้องถือว่า การตัดสินใจถอนตัวออกจากการเป็นภาคีมรดกโลกและการประชุมระดับโลกครั้งนี้ เป็นการแสดงท่าทีอันแข็งกร้าวครั้งแรกของไทยต่อประชาคมโลก เพื่อแสดงให้เห็นถึงการเป็นประเทศที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และยึดมั่นในผลประโยชน์ของชาติให้นานาชาติเห็น เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา การต่างประเทศของไทยถูกมองจากคนไทยด้วยกันเองและจากต่างชาติว่า อ่อนแอ และไม่มีราคา
เป็นประเทศที่อะไรก็ได้ พร้อมจะโอนอ่อนผ่อนตามโดยไม่มีปากมีเสียง
ซึ่งการต่างประเทศของไทยแบบนี้นี่เองที่ทำให้แม้แต่ประเทศเล็กๆอย่างกัมพูชากล้าตอแยกับประเทศไทย และไม่กลัวไทยในเวทีระหว่างประเทศ ดังจะเห็นได้ว่าเอะอะอะไรกัมพูชาก็เล่นเกมกับไทยในเวทีโลกหรือเวทีระหว่างประเทศ เพราะรู้ดีว่าการทูตการเจรจาของไทยอ่อนแอ ขณะที่ตัวแทนของไทยก็มักจะไร้ความสามารถและชั้นเชิงในเวทีการทูตหรือการเจรจา รวมถึงการไม่รักษาผลประโยชน์ของชาติอย่างจริงๆจังๆ
กัมพูชาจึงมักใช้เวทีโลกเล่นงานไทยอยู่เป็นประจำ
และอย่าว่าแต่กัมพูชาที่มองเห็นจุดอ่อนของไทยในเรื่องนี้ แม้แต่คนไทยบางคนที่ต้องหลบลี้ไปอยู่ต่างประเทศ ก็ยังใช้ความเชี่ยวชาญในเวทีระหว่างประเทศของตนทำลายประเทศไทยและฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองในไทยด้วยการใช้เวทีระหว่างประเทศให้เป็นประโยชน์ทางการเมืองกับตน โดยที่รัฐบาลไทยและกระทรวงการต่างประเทศของไทย หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นตำรวจทหาร ไม่มีปัญญาที่จะตอบโต้ในเวทีโลก
สิ่งที่นายสุวิทย์ทำจึงถือเป็นการเปิดโฉมหน้าใหม่ของการต่างประเทศของไทยก็ได้ และควรที่ทุกหน่วยงานจะต้องใช้เป็นทิศทางใหม่ของการต่างประเทศของไทยในเรื่องต่างๆได้แล้ว [...]

บทความพิเศษ»

ไทยถอนตัวจากอนุสัญญามรดกโลก โดย ศ.ดร.สมปอง สุจริตกุล (0)

From 15thMove
การที่ นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าคณะผู้แทนไทยในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ณ กรุงปารีส ได้ลาออกจากคณะกรรมการมรดกโลก หรือถอนตัวออกจากการเป็นภาคีอนุสัญญามรดกโลก จะมีผลทางกฎหมายระหว่างประเทศ และกฎหมายภายในของประเทศสมาชิกหรือไม่เพียงไรนั้น ขึ้นอยู่กับข้อบทแห่งอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ ค.ศ. ๑๙๗๒ ภายใต้บังคับของกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยสนธิสัญญา ซึ่งปัจจุบันได้มีการประมวลไว้ในอนุสัญญากรุงเวียนนา ว่าด้วยกฎหมายสนธิสัญญา ค.ศ. ๑๙๖๙ มีผลบังคับกับรัฐที่ได้ให้สัตยาบันเป็นภาคีกว่าร้อยประเทศ และส่วนใหญ่ก็ล้วนเป็นข้อบทที่เป็นหลักกฎหมายระหว่างประเทศตามจารีตประเพณี และในทางปฏิบัติของอารยรัฐแล้วเกือบทั้งหมด จึงมีผลบังคับในทางปฏิบัติกับรัฐสมาชิกสหประชาชาติ ซึ่งเป็นภาคีและไม่เป็นภาคีโดยสมบูรณ์แบบตามอนุสัญญากรุงเวียนนา

บุคคล»

ไทยถอนตัวจากอนุสัญญามรดกโลก โดย ศ.ดร.สมปอง สุจริตกุล (0)

From 15thMove
การที่ นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าคณะผู้แทนไทยในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ณ กรุงปารีส ได้ลาออกจากคณะกรรมการมรดกโลก หรือถอนตัวออกจากการเป็นภาคีอนุสัญญามรดกโลก จะมีผลทางกฎหมายระหว่างประเทศ และกฎหมายภายในของประเทศสมาชิกหรือไม่เพียงไรนั้น ขึ้นอยู่กับข้อบทแห่งอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ ค.ศ. ๑๙๗๒ ภายใต้บังคับของกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยสนธิสัญญา ซึ่งปัจจุบันได้มีการประมวลไว้ในอนุสัญญากรุงเวียนนา ว่าด้วยกฎหมายสนธิสัญญา ค.ศ. ๑๙๖๙ มีผลบังคับกับรัฐที่ได้ให้สัตยาบันเป็นภาคีกว่าร้อยประเทศ และส่วนใหญ่ก็ล้วนเป็นข้อบทที่เป็นหลักกฎหมายระหว่างประเทศตามจารีตประเพณี และในทางปฏิบัติของอารยรัฐแล้วเกือบทั้งหมด จึงมีผลบังคับในทางปฏิบัติกับรัฐสมาชิกสหประชาชาติ ซึ่งเป็นภาคีและไม่เป็นภาคีโดยสมบูรณ์แบบตามอนุสัญญากรุงเวียนนา

Get the Flash Player to see the slideshow.
© 2012 สุวิทย์ คุณกิตติ Suwit Khunkitti • Powered by ictsolutions.biz
rss Entries (RSS) rss Comments (RSS)